Feb 29

อ่านข้อพระคัมภีร์ อพยพ บทที่ 31-32

พระเจ้าตรัสสั่งให้คนอิสราเอลสร้างสถานที่สำคัญที่สุด คือ พลับพลาที่ประทับของพระเจ้าอันงดงามและศักดิ์สิทธิ์ อันเป็นสถานที่ซึ่งคนอิสราเอลสามารถเข้าเฝ้าพระเจ้าได้ โครงสร้างและรายละเอียดต่างๆถูกออกแบบโดยพระเจ้า เมื่อพระเจ้าตรัสสั่งให้คนอิสราเอลสร้างพลับพลาที่ประทับสำหรับพระองค์ โดยเฉพาะเมื่อคิดถึงว่ามันช่างวิจิตรบรรจงมากขนาดไหนในแต่ละองค์ประกอบ และใครล่ะ ที่ประทับอยู่ที่นั่น!

ในหนังสือ 2 ทิโมธี 3:16-17 สอนอะไรแก่พวกเรา พระวจนะทุกตอนได้รับการดลใจจากพระเจ้า พระคำของพระเจ้าสร้างแรงบันดาลใจ พระคำในไบเบิ้ลสอนให้เรากระทำดีทุกอย่างที่พระเจ้าต้องการให้เรากระทำ และพระเจ้าบอกหนทางแก่เราว่าจะได้รับพระราชทานพระวิญญาณบริสุทธิ์ของพระองค์เพื่อช่วยเราในสิ่งที่เราทำเองไม่ได้อย่างไร ในอพยพ 31:1-11 เราได้เห็นว่าพระเจ้าได้ส่งพระวิญญาณบริสุทธิ์และพระวาทะและมหาบัญชาของพระองค์ พระเจ้าได้ส่งเบซาเลลและเจิมเขาด้วยพระวิญญาณเพื่อช่วยเหลือเขาในการคุมงานการสร้างที่ประทับของพระองค์

ในวันนี้ เราก็มีพระวิญญาณบริสุทธิ์องค์เดียวกันกับที่พระเจ้าประทานให้แก่เบซาเลล ดังนั้นเราจึงสามารถผจญทุกสิ่งที่เกินกว่ากำลังมนุษย์ทั่วไปได้ เพราะเราได้รับความช่วยเหลือจากพระวิญญาณของพระเยซู

ในยามที่โมเสสอยู่ที่บนภูเขาเพื่อพบกับพระเจ้า คนอิสราเอลหันเหออกจากหนทางของพระเจ้าและกระทำชั่ว (อพยพ 32:1-2, 6) คำสั่งเสียสุดท้ายที่โมเสสให้กับคนอิสราเอลก่อนเดินทางไปเข้าเฝ้าพระเจ้าคืออะไร (อพยพ 24:12-14) โมเสสมอบหมายให้ใครช่วยดูแลผู้คน ภายในเวลาเพียง 40 วัน พวกเขาอาจหาญตัดสินใจสร้างวัวทองคำเพื่อนมัสการแทนที่พระเจ้าได้อย่างไร ดูการตอบสนองของอาโรนใน อพยพ 32:21-24 เมื่อยามที่ตัวคุณเองถูกเผชิญหน้าเกี่ยวกับความบาปของคุณ คุณตอบสนองอย่างไร อพยพ 32:25 กล่าวว่า ประชากรทั้งหลายเตลิดควบคุมไม่อยู่ และอาโรนโยนความผิดให้พวกเขา แม้นว่าเป็นความบาปของประชากร แต่ก็ทำให้เห็นชัดเจนว่าในส่วนของอาโรน เขาขาดความเป็นผู้นำจากจิตใจ หากผู้นำไม่นำและไม่เรียกให้คนของพระเจ้ามีความอดทนในการติดตามพระเจ้าและกลับใจ ผู้นำจะต้องเป็นคนแรกที่รับผิดชอบสำหรับความบาปของผู้คนที่เขานำ ผู้อาวุโสอีก 70 คนหายไปไหนหมดในขณะที่อาโรนกำลังสร้างวัวทองคำอยู่ ปัญหาอยู่ที่คนอิสราเอลมีกฎเกณฑ์ที่มากและยากเกินไปที่จะติดตามหรือเปล่า ไม่ใช่เลย !!! อิสราเอลละเมิดบัญญัติ 3 ข้อจากบัญญัติ 10 ประการ ความบาปของเราก็เป็นเช่นนั้นมิใช่หรือ เรามักทำบาปที่เรารู้อย่างชัดเจนอยู่แล้วว่ามันผิด ( โรม 7:14-25 ) สิ่งที่เราจำเป็นต้องทำคือ สารภาพด้วยความซื่อตรง ไม่ใช่ปกป้องตัวเอง !

ในอพยพ 32 คนเลวีผู้ติดตามโมเสส ได้ช่วยจัดการกับคนอิสราเอลที่ผิดประเวณีเหล่านั้น เพราะเหตุนี้จึงทำให้คนเลวีกลายมาเป็นปุโรหิตหลวงและเป็นผู้ดูแลที่พำนักของพระเจ้าในหนังสือกันดารวิถี (อพยพ 32:25-32) ความชอบธรรมของคนเลวีช่วยไถ่ชนชาติเลวีจากคำสาปแช่งในหนังสือปฐมกาล 49:5

ข้อคิด
จากการศึกษาในพระคัมภีร์ไบเบิ้ล ให้คุณเขียนว่าพระวิญญาณบริสุทธิ์ช่วยเหลือเราอย่างไรบ้างในทุกวันนี้ เขียนสิ่งที่คุณนึกคิดได้เอง และค้นหาจากข้อพระคัมภีร์ว่ามีสิ่งอื่นใดอีกบ้างที่คุณไม่ได้นึกถึง ( โรม 5:5 กาลาเทีย 5:16-25 เอเฟซัส 6:17-18)

 

อธิษฐาน
อธิษฐานขอให้คุณสามารถยืนหยัดอย่างกล้าหาญเพื่อพระเจ้าได้ในวันนี้

 

 

Day 29 : Full of Spirit
Daily Scripture : Exodus 31-32
2 Timothy 3:16-17, Exodus 24:12-14, Exodus32:21-24, Exodus 32:25, Romans 7:14-25, Exodus32:25-32, Genesis 49:5, Romans 5:5, Galatians 5:16-25, Ephesians 6:17-18

 

 

Feb 28

อ่านข้อพระคัมภีร์ อพยพ บทที่ 26-30

 

เคยมีคนตั้งคำถามกับคุณอย่างนี้ไหมว่า คุณจะทำอย่างไรหากพระเยซูจะมาเยี่ยมคุณที่บ้าน สำหรับบางคน อาจจะบอกว่า ฉันจะจัดบ้านให้เป็นระเบียบที่สุดอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ฉันจะทำให้พระเยซูรู้สึกได้รับเกียรติและสบายใจเมื่อมาที่บ้านของฉัน ฉันจะประดับบ้านด้วยเครื่องประดับที่งดงามที่สุดที่ฉันมี หรือไม่ก็จะขอยืมเขามา คุณจะทำเช่นนั้นไหม

คล้ายๆ กัน นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นในอพยพ 25-30 พระเจ้ากำลังช่วยคนของพระองค์จัดเตรียมที่พำนักซึ่งพระองค์จะสถิตท่ามกลางหมู่เขา ที่นั่นจะเป็นดั่งบ้านของพระเจ้าที่ชาวอิสราเอลเข้าไปเยี่ยมเยียนเป็นแขกรับเชิญของพระเจ้า เต็นท์ของพระเจ้านี้ไม่ใช่เพื่อความสะดวกสบายของพระเจ้า แต่เพื่อจะได้ดูแลและพบความต้องการของคนอิสราเอล ในหนทางเดียวกัน พระเยซูได้เรียกเราให้เป็นเหมือนพระองค์และเหมือนพระเจ้า พระองค์ตรัสสั่งให้เรารับใช้ผู้อื่น มิใช่คอยให้ผู้อื่นมารับใช้เรา เพราะพระเยซูได้เสด็จมาเพื่อรับใช้เราและพบความต้องการของเราปิดท้ายด้วยการมีชีวิตนิรันดร์กับพระองค์บนสวรรค์ (มัทธิว 20:20-28)

มี 7 สิ่งสำคัญที่อยู่ในพลับพลาที่ประทับของพระเจ้า หีบพระโอวาท ม่าน โต๊ะขนมปังหน้าพระพักตร์ คันประทีปทองคำ แท่นเครื่องเผาบูชา ขันทองสัมฤทธิ์ และแท่นเครื่องหอม เจ็ดสิ่งนี้มีความสำคัญอย่างไร เป็นสัญลักษณ์ในบางแง่มุมเกี่ยวกับพระเยซู และหนทางที่พระเจ้าทรงเตรียมพลับพลาของพระองค์ ไม่ใช่เพื่อประโยชน์ของพระองค์ แต่เพื่อผลประโยชน์แก่พวกเราเอง

 

 

ข้อคิด

การที่ใครคนหนึ่งจะเข้าไปยังเต็นท์เพื่อเข้าเฝ้าพระเจ้า เขาจะต้องผ่านเจ็ดสิ่งสำคัญที่อยู่ในพลับพลาที่ประทับ คนนั้นจะต้องผ่านประตูชั้นนอก จากนั้นผ่านแท่นเผาบูชา และขันทองสัมฤทธิ์ จากนั้นจึงจะเข้าไปยังชั้นในได้ซึ่งเรียกว่า วิสุทธิสถานซึ่งเป็นที่ตั้งของโต๊ะขนมถวาย คันประทีป และ แท่นเครื่องหอม จากนั้นจึงจะผ่านเข้าไปยังม่านแห่งบริเวณ อภิสุทธิสถาน เป็นที่ตั้งของหีบพระโอวาทซึ่งมีพระที่นั่งกรุณาอันเป็นที่ประทับของพระเจ้า คุณคิดว่าทำไมพลับพลาที่ประทับของพระเจ้าจึงถูกจัดไว้เช่นนั้น

 

บทศึกษาพิเศษ

คำตอบที่เป็นไปได้คือ พลับพลาที่ประทับของพระเจ้า เปรียบเหมือน พระนิเวศบนสวรรค์ที่ซึ่งพระเยซูและพระเจ้าทรงประทับ และเราจะได้พำนักพักพิงในที่แห่งนั้น (วิวรณ์ 21:22-24) หีบพระโอวาทเปรียบดั่งพระเยซูทรงเป็นพระวาทะของพระเจ้าซึ่งดำรงอยู่ (ยอห์น 1:1 และ 9) โต๊ะขนมปังหน้าพระพักตร์ เปรียบเหมือน พระเยซูผู้ทรงเป็นอาหารแห่งชีวิตตามที่บันทึกในยอห์น 6:41 และส่วนหนึ่งของมหาสนิท (มัทธิว 26:26-29) คันประทีป เปรียบเสมือนพระเยซูซึ่งเป็นแสงสว่างของโลก(ยอห์น 1:9) แท่นเผาบูชา เปรียบเสมือนพระเยซูบนไม้กางเขนและการถูกฝังในถ้ำ ขันทองสัมฤทธิ์ ก็เปรียบเสมือนการถูกชำระโดยโลหิตพระเยซูคริสต์ ด้วยน้ำแห่งการบัพติศมา (โรม 6:1-11) และแท่นเครื่องหอม เปรียบดัง คำอธิษฐานต่อพระเจ้าโดยผ่านทางพระเยซูคริสต์ (ยอห์น 14:6 โคโลสี 3:16-17 2โครินธ์ 2:16)

 

 

 

 

อธิษฐาน

อธิษฐานว่าคุณจะดูแลพระวิหารอย่างสม่ำเสมอ ร่างกายคุณคือพระวิหาร เป็นดั่งบ้านที่พระวิญญาณบริสุทธิ์ของพระเจ้าสถิตอยู่

Day 28 : God’s tabernacle
Daily Scripture : Exodus 26-30
Matthew20:20-28, Revelations 21:22-24, John 1:1, John 1:9, John 6:41, Matthew 26:26-29, John 1:9, Romans 6:1-11, John 14:6, Colossians 3:16-17, 2 Corinthians 2:16

 

 

 

Feb 28

อ่านข้อพระคัมภีร์ อพยพ บทที่ 24-25

หลังจากที่พระเจ้าตรัสผ่านโมเสสเกี่ยวกับพันธสัญญาที่มีกับคนอิสราเอลในหนังสืออพยพ 20-23 แล้ว โมเสสก็ได้จารึกพระคำของพระเจ้าทุกถ้อยคำ โมเสสยังได้สร้างแท่นบูชาและถวายเครื่องสักการะที่เชิงภูเขาซีนาย เขาได้พรมเลือดแกะบางส่วนบนแท่นบูชา จากนั้นเขาก็อ่านพันธสัญญาของพระเจ้า และสุดท้ายเขาก็ปะพรมประชากรของพระเจ้าด้วยเลือดแกะที่เหลืออยู่จนหมดสิ้น โมเสสกล่าวว่า จงรำลึกถึงโลหิตเหล่านี้ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของพันธสัญญาที่พวกเจ้ามีต่อพระเจ้าของเจ้า (อพยพ 24:7-8) ลองจินตนาการฉากนี้ในความคิดของคุณ แท่นบูชาซึ่งมี 12 เสา สัตว์ที่นำมาถวาย เลือดแกะบนเครื่องสักการะ แท่นจารึกพระคำของพระเจ้าและการอ่านถ้อยคำเหล่านั้นต่อหน้าประชากรอิสราเอลทั้งปวง และประชากรเหล่านั้นต่างเปล่งเสียงประกาศว่า พวกเราจะกระทำตามทุกสิ่งที่พระเจ้าตรัสสั่ง และได้ปฏิญาณตนด้วยการปะพรมเลือดแกะบนตัวเอง ( จริงจังมากขนาดไหน! ) จากนั้น โมเสส อาโรน และผู้อาวุโสอีก 70 คนร่วมรับประทานอาหารกับองค์พระผู้เป็นเจ้าที่ภูเขาซีนาย (อพยพ 24:9-11) ตลอดช่วงชีวิตของพวกเขา พวกเขาบอกเล่าเป็นประจักษ์พยานแก่ผู้คนในเรื่องนี้ ประเทศอิสราเอลได้กระทำพันธสัญญาอย่างเป็นทางการกับพระเจ้าด้วยชีวิตของเขา พระเจ้าได้รับชนชาติอิสราเอลให้เป็นประชากรของพระเจ้าและประทับคำสัตย์นั้นด้วยโลหิต

ณ จุดนี้ในไบเบิ้ลยังมิได้เรียกว่าพันธสัญญาเดิมเพราะเป็นเพียงจุดเริ่มต้น จนกระทั่งภายหลังต่อมา เมื่อคนอิสราเอลอสัตย์ต่อคำปฏิญาณตน พันธสัญญาที่พระเจ้าให้ไว้เกี่ยวกับดินแดนแห่งพระสัญญาจึงเป็นโมฆะ และถูกถอดถอนไป อิสราเอลไม่ใช่ประชากรของพระเจ้า และพระเจ้าก็ไม่ใช่พระเจ้าของพวกเขาอีกต่อไป (ปฐมกาล 17:7 อพยพ 19:5 20:2 ถึงโฮเชยา 1:9) อิสราเอลจะต้องสูญเสียแผ่นดินคานาอัน และกฎแห่งโมเสสจึงกลายเป็นเพียงพันธสัญญาเดิม หมายถึงพันธสัญญาที่หมดไปแล้ว (เหตุการณ์การสูญเสียดินแดนนี้เกิดขึ้นใน 2 พงศ์กษัตริย์และ 2 พงศาวดาร)

เหตุการณ์ต่างๆที่กล่าวถึงข้างต้น การขึ้นไปบนภูเขา แท่นบูชา เลือดแกะ สิ่งเหล่านี้ถูกจารึกไว้ชนิดที่ลบออกไม่ได้ ทุกถ้อยคำเหล่านั้นถูกจารึกไว้ในจิตใจของคนอิสราเอลทุกคนนับจากนั้นสืบมา ทั้งหมดนี้สมควรที่จะได้เป็นมงกุฎของชนชาติอิสราเอล แต่กระนั้น เพราะความไม่เชื่อฟัง การไม่กลับใจ ความหยิ่ง จารีตประเพณีของมนุษย์ และหัวใจที่แข็งกระด้างของพวกเขา วันคืนแห่งพระสิริของพระเจ้าที่มีต่อพวกเขากลับกลายเป็นสิ่งที่น่าคร้ามกลัวที่สุดที่ได้เกิดขึ้นบนแผ่นดินโลก อีกหลายร้อยปีต่อมา แท่นบูชาอันใหม่ได้ถูกสถาปนาขึ้นด้วยฝุ่นดิน หิน ไม้และลูกแกะที่ถูกสังเวย โลหิตที่หลั่งไหลพรั่งพรู ฝูงชนจำนวนมหาศาลรวมตัวกับที่ครั้งหนึ่งถูกเรียกว่าภูเขาโมรัย ซึ่งต่อมารู้จักกันนาม ของภูเขา กลโกธา (แปลว่ากะโหลกศรีษะ) ฝูงชนร้องตะโกนและกรีดร้องอย่างน่าสะพึงกลัวว่า ให้โลหิตของพระองค์ตกอยู่แก่เราและลูกหลานของเรา (มัทธิว 27:25) ท้ายที่สุด พระเยซูได้เอ่ยคำสุดท้าย และสิ้นพระชนม์ จากนั้น พระเจ้าทรงสำแดงปฏิกิริยา แผ่นดินไหว หินแยก ม่านในพระวิหารฉีกขาดออกเป็นสองส่วน พระเจ้าทรงกระทำให้พระเยซูฟื้นคืนพระชนม์ (มัทธิว 27:45-54) ในกาลนั้น พระโลหิตที่หลั่งไหลของพระเยซูเป็นจุดกำเนิดของ พันธสัญญาใหม่ สามวันจากนั้นมา พระเยซูปรากฎตัวที่ภูเขาแห่งหนึ่งในเมืองกาลิลี พระองค์ตรัสว่า โลหิตของพระองค์หลั่งไหลเพื่อเป็นเครื่องหมายแก่ผู้คนที่จะได้รับความรอดด้วยการเชื่อฟังพระคำของพระเยซู กุญแจสำคัญที่พระเยซูบัญชาไว้ในพันธสัญญาใหม่คือ ผู้ที่จะเป็นสาวกของพระองค์ จะต้องบัพติศมาในฐานะสาวก ดำเนินชีวิตแบบสาวกและสั่งสอนผู้คนให้เป็นสาวก และเรียนรู้ที่จะรักษาสิ่งสารพัดที่พระเจ้าได้สั่งไว้

ในอพยพ 25:8 พระเจ้าตรัสสั่งโมเสสให้คนอิสราเอลสร้างที่ประทับสำหรับพระองค์ แสดงให้เห็นว่าพระเจ้ายินดีที่จะเดินกับบุตรหลานของพระองค์อีกครั้งหนึ่ง และเป็นสิริมงคลอันยิ่งใหญ่แก่ชาวอิสราเอลอีกครั้งหนึ่ง พระเจ้าทรงเผยที่ประทับของพระองค์เพื่อว่าพระองค์สามารถสถิตท่ามกลางประชากรของพระองค์ แผนงานของพระองค์ยังคงเป็นการดำเนินไปกับครอบครัวขององค์เพื่อเดินทางตรงไปสู่ดินแดนคานาอันแห่งพระสัญญา พระเจ้าจะนำทางตลอดหนทาง เมื่อเราหยุดและไตร่ตรองว่าเราได้รู้จักพระเจ้ามากแค่ไหนแล้วจากหนังสือปฐมกาลมาจนหนังสืออพยพ เราสมควรที่จะมีความยำเกรงและถ่อมตนลงถึงก้นบึ้งหัวใจเราที่ได้รู้ว่า พระเจ้ายังคงรักและอาทรต่อมนุษย์ธรรมดาๆ อย่างเรา มนุษย์ที่พระองค์เป็นผู้สร้างขึ้นมา

ราวกับว่าทุกสิ่งที่เราได้รับจากพระเจ้ายังไม่เพียงพอ พระองค์ยังได้ทรงประทานพระเยซูเป็นเครื่องถวายบูชาบนไม้กางเขนเพื่อรักษาชีวิตฝ่ายจิตวิญญาณของเราต่อไปอีก อีกครั้งที่พระเจ้าทรงเยียวยาและมอบโอกาสแก่มนุษย์เช่นเดียวกับเมื่อคราวที่คนอิสราเอล อสัตย์ต่อคำสัญญาต่อพระเจ้า จากนี้ไปพระเยซูจะเป็นทางที่นำเราให้ใกล้ชิดกับพระเจ้าอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน พระเยซูจะนำพาให้เราติดสนิทกับพระเจ้ามากยิ่งกว่าคราวที่พระเจ้าเดินกับอาดัมและเอวาในสวนเอเดน เพราะวันนั้นจะมาถึงเมื่อที่พระเจ้าโดยทางของพระเยซูจะไม่เพียงแต่เดินไปกับคนของพระองค์ แต่จะสถิตอยู่ภายในจิตใจและจิตสำนึกของบุตรชายบุตรสาวของพระองค์ และนี่จะเป็นปรากฎการณ์ใหม่ระหว่างมนุษย์กับพระเจ้า ยุคของการเป็นสาวก !

ในอพยพ 25 พระเจ้าตรัสสั่งแก่โมเสสว่ามีสิ่งใดบ้างที่จะต้องวางประทับไว้ที่แท่นบูชา สิ่งหนึ่งคือหีบพันธสัญญา โมเสสจะต้องบรรจุคำจารึกไว้ในหีบใบนี้ ซึ่งคำจารึกนั้นคือ แผ่นหินสองแผ่นที่พระเจ้าได้ทรงจารึกบัญญัติสิบประการไว้ (อพยพ 31:18) แผ่นหินสองอันนี้เป็นสัญลักษณ์ของกฎแห่งโมเสส (อพยพ 20-23) สรรพสิ่งที่พระเจ้าได้เคยตรัสไว้ หยุดตรงนี้และคิดสักครู่ ทำไมเราจะต้องเชื่อฟังทุกสิ่งที่พระเจ้าได้ตรัสสั่งไว้ ลองไตร่ตรองข้อความในเฉลยธรรมบัญญัติ 8:16 ลูกา 11:1-3 ยอห์น 3:16 โรม 8:31-32 และพระสัญญา 7 ข้อที่พระเจ้าประทานให้แก่อับราฮัม และการที่พระสัญญาแต่ละข้อบังเกิดขึ้นจริงตามลำดับภายในระยะเวลาสามพันปี และไบเบิ้ลเป็นข้อพิสูจน์อันเป็นลายลักษณ์อักษร

สังเกตต่ออีกในอพยพ 25:16-22 ว่าพระเจ้าทรงประทับบนพระที่นั่งกรุณาและสถิตอยู่ที่หีบพันธสัญญาที่บรรจุบัญญัติสิบประการด้วย จากที่ประทับแห่งนั้น พระเจ้าสนทนาโดยตรงต่อโมเสสและตรัสสั่งโมเสสให้กำชับต่อคนอิสราเอลว่าจะต้องปฏิบัติตนอย่างไรเพื่อที่จะได้รับและรักษาดินแดนแห่งพระสัญญา ลองนึกภาพดูว่าการได้ยินคำตอบที่ชัดเจนจากพระเจ้าโดยตรงกับคำถามที่คุณได้ถามพระองค์ด้วยตัวคุณเอง จะเป็นอย่างไร ซึ่งแท้จริงแล้ว เราได้ยินพระคำของพระเจ้าโดยตรงที่บันทึกในไบเบิ้ล แต่บางครั้งเราต้องใช้เวลาในการเข้าใจจริงๆ ว่าพระเจ้าประสงค์สิ่งใด และนั่นคือปัญหาของคนอิสราเอล พระเจ้าประทับบนหิ้งนั้นและทรงกระทำให้เรามั่นใจว่าสิ่งใดที่พระเจ้าสัญญาพระเจ้าจะทำให้เกิดขึ้น พระเจ้าตรัสผ่านโมเสส ต่อมาเราจะได้เห็นว่า พระเยซูตรัสดั่งกับพระเจ้าทรงตรัสเอง กระนั้น พระเยซูจะตรัสตามที่พระเจ้าทรงมอบหมายให้ในฐานะสาวกที่สัตย์ซื่อของพระเจ้า(ยอห์น 5:19-31)

ข้อคิด

  • ในโฮเชยา 1:9 พระเจ้าตรัสว่าอิสราเอลไม่ใช่ประชากรของพระเจ้าอีกต่อไป ต่อมาโดยผ่านทางพระเยซู เราได้รับข่าวประเสริฐเรื่องใดเกี่ยวกับ พระเจ้าและการเป็นประชากรของพระองค์ ( 1เปโตร 2:9,10)
  • ทำไมสาวกจึงต้องหลีกหนีจากบาปและการประนีประนอมต่อคำสัตย์ที่ให้ไว้ต่อพระเจ้า(2โครินธ์ 6:14-18)

 

อธิษฐาน

ขอบคุณพระเจ้าสำหรับพระเยซูผู้ทรงเป็นผู้ไถ่บาปให้แก่เรา

Day 27 : Meet with God on the mountain
Daily Scripture : Exodus 24-25

Genesis 17:7, Exodus 19:5, Exodus 20:2, Hosea 1:9, Matthew 27:25, Matthew 27:45-54, Exodus 25:8, Exodus 31:18, Exodus 20-23, Deuteronomy 8:16, Luke 11:1-3, John 3:16, Romans 8:31-32, Exodus 25:16-22, John 5:19-31, 1Peter 2:9-10, 2Corinthians 6:14-18

 

 

 

 

Feb 23


อ่านข้อพระคัมภีร์ อพยพ บทที่ 20-23

อพยพบทที่ 20 บันทึกเรื่องราวของบัญญัติ 10 ประการอันลือชื่อไว้ ซึ่งเป็นเพียงเสี้ยวหนึ่งในกฎของโมเสส บทเรียน มานาวันที่ 25 เราได้ให้คุณเขียนสรุปกฎของโมเสสสั้น ๆ เพียง 25 คำหรือน้อยกว่านั้นใช่ไหม พระเจ้าจะประทานดินแดนแห่งพระสัญญาคือแผ่นดินคานาอันแก่คนอิสราเอลเพื่อเป็นมรดกสืบไป หากคนอิสราเอลเชื่อฟังพระคำของพระเจ้าอย่างหมดใจ (อพยพ 19:5-8) หลายคนมีความเข้าใจผิดอย่างใหญ่หลวงว่า บัญญัติ 10 ประการเป็นหัวใจของกฎแห่งโมเสส ซึ่งแท้ใจจริงแล้วหัวใจของคำสอนคือ เชื่อฟังพระคำของพระเจ้า

สังเกตดู คำว่าดินแดนแห่งพระสัญญาได้ถูกกล่าวถึงในหนังสืออพยพ 3:6-8 6:2-8 และเงื่อนไขของการเชื่อฟังของคนอิสราเอลถูกบันทึกไว้ในอพยพ 19:3-8 กฎของโมเสสเป็นเรื่องราวของมรดก พินัยกรรม พันธสัญญา ดังนี้ จะมีเงื่อนไขเกี่ยวกับพันธสัญญา และการรักษาของประทาน คนอิสราเอลตกลงกับพระเจ้าว่าจะเชื่อฟังพระคำของพระเจ้าทุกอย่าง กฎแห่งโมเสสไม่ได้มีเพียงบัญญัติ 10 ประการ หากมีข้อย่อยอีก 286 ข้อรวมทั้งพิธีกรรมทางศาสนาและ นั่นคือทุกสิ่งที่พระเจ้าได้กำชับไว้ อพยพ 20-24 บันทึกว่าคนอิสราเอลจะต้องทำสิ่งใดบ้างเพื่อแผ่นดินคานาอัน แต่เจตนารมณ์ของพระเจ้าไม่เคยปรากฎว่านั่นเป็นเพียงสิ่งเดียวที่พระเจ้าต้องการให้เชื่อฟัง

คุณสามารถคิดกฎประมาณ 5-10 ข้อและบอกให้ลูกๆ ของคุณรักษากฎและเชื่อฟังไปจนตลอดชีวิตของเขาได้ไหม คงไม่ได้ ! เราจะสอนและบอกกล่าวเพิ่มเติมเสมอๆ อธิบาย สนทนาว่าเราต้องการอะไรและหมายถึงอะไร เช่นเดียวกันกับคนอิสราเอล บ่อยครั้งพระเจ้ามักจะพูดผ่านโมเสสเมื่อพระเจ้ามีพระบัญชาใดเพิ่มเติมและต้องการให้คนอิสราเอลปฏิบัติตนอย่างไร พระเจ้าขอให้เราเชื่อฟังพระคำทั้งสิ้นของพระองค์

บัญญัติของโมเสสอาจมองได้ว่าเป็นพันธสัญญาย่อยจากพันธสัญญาที่ทรงมีกับอับราฮัม พระเจ้าสัญญากับอับราฮัมว่าจะประทานดินแดนคานาอันเป็นมรดกแก่ลูกหลาน แต่ในครั้งนั้น พระเจ้าไม่ได้บอกรายละเอียดเงื่อนไขการรับและการสืบทอดมรดก ในหนังสือปฐมกาลทั้งเล่ม พระเจ้าประสงค์ให้อับราฮัมและบุตรหลานเชื่อฟังพระเจ้าและติดตามพระเจ้าเรื่อยไป ในหนังสืออพยพ 19:5-8และ24:3-8 พระเจ้าระบุอย่างเจาะจงว่า บุตรหลานของอับราฮัม อิสอัคและอิสราเอลจะต้องเชื่อฟังในทุกสิ่งที่พระเจ้าบัญชา กฎแห่งโมเสสเป็นส่วนขยายพันธสัญญาที่ทรงมีต่ออับราฮัม พระเจ้าได้มีแผนงานและคาดหวังให้คนอิสราเอลเก็บรักษาและสืบทอดกับสิ่งที่พระองค์ประทานให้แก่อับราฮัม ภายหลังต่อมาในพันธสัญญาใหม่ พระเจ้าได้ทรงขยายพันธสัญญาของพระองค์ต่อไปอีกคือชีวิตนิรันดร์ จะเห็นได้ว่า ไม่ว่าจะในพันธสัญญาเดิม หรือพันธสัญญาใหม่ สิ่งเดียวที่พระเจ้าต้องการจากเราคือ การเชื่อฟังพระเจ้าอย่างสุดใจ

 

 

Faith - พระเจ้าขอให้เราเชื่อฟังพระคำทั้งสิ้นของพระองค์

Faith - พระเจ้าขอให้เราเชื่อฟังพระคำทั้งสิ้นของพระองค์

Faith - พระเจ้าขอให้เราเชื่อฟังพระคำทั้งสิ้นของพระองค์

Faith - พระเจ้าขอให้เราเชื่อฟังพระคำทั้งสิ้นของพระองค์

Faith - พระเจ้าขอให้เราเชื่อฟังพระคำทั้งสิ้นของพระองค์

Faith - พระเจ้าขอให้เราเชื่อฟังพระคำทั้งสิ้นของพระองค์

Faith - พระเจ้าขอให้เราเชื่อฟังพระคำทั้งสิ้นของพระองค์


ข้อคิด

ทำไมพระเจ้าจึงตรัสแก่คนอิสราเอลด้วยพระสุรเสียงของพระองค์เองในอพยพ 20:1-17 (อ่านอพยพ 20:20-22 เทียบใน โรม 6:1-19 ทำไมพระเยซูจึงสิ้นพระชนม์เพื่อเรา) คำตอบสำหรับสองคำถามนี้มีสิ่งใดที่เหมือนๆ กันที่เรานำมาประยุกต์ใช้ในชีวิตของเราได้ และชีวิตสาวกทั่วไป

 

อธิษฐาน

ให้เราปรับจูนคลื่นสัญญาณตัวเรา เพื่อจะได้ยินพระสุรเสียงของพระเจ้าได้มากขึ้น

Day 26: The Ten Commandments

Daily Scripture : Exodus 20-23
Exodus
19:5-8, Exodus 3:6-8, Exodus 6:2-8, Exodus 19:3-8, Exodus 20-24, Exodus 19:5-8, Exodus24:3-8, Exodus 20:1-17, Exodus 20:20-22, Romans 6:1-19

 

 

Credit for nice cartoon :

http://www.donghaeng.net/english/main.htm

 

Feb 22

อ่านข้อพระคัมภีร์ อพยพ บทที่ 18-19

พระเจ้าสนทนากับผู้คนด้วยวิธีใดบ้าง โดยผ่านพระคัมภีร์ไบเบิ้ล ( ซึ่งเป็นแหล่งพระคำที่ดีที่สุด เพราะพระคำไม่เปลี่ยนแปลงและทรงด้วยฤทธานุภาพ) โดยผ่านทูตสวรรค์ ผู้เผยพระวจนะ พระเยซูและผ่านสรรพสิ่งที่พระองค์ทรงสร้าง ผ่านพระพรและคำแช่งสาป ผ่านพี่น้องสาวก และในอีกหลายๆ หนทาง และในอพยพบทที่ 18 พระเจ้าทรงตรัสผ่านพ่อตาของโมเสส

โมเสสเป็นผู้นำของประชากรนับล้านคน และเขาก็ไม่ใช่คนที่สมบูรณ์แบบ เขาเองก็ต้องเติบโตและเปลี่ยนแปลงทุกวัน (กลับใจใหม่) และเป็นเหมือนพระเจ้ามากขึ้น เขาไม่สามารถเห็นตัวเองได้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นส่วนที่ดีหรือส่วนที่ไม่ดี ต้องอาศัยการเรียกของพระเจ้าและการปั้นของพระองค์ในการสร้างโมเสสให้กลายเป็นผู้นำที่ยิ่งใหญ่ และพระเจ้าได้อาศัยเยโธรในการชี้แนะสัจจะของพระเจ้าให้แก่โมเสส จงเงี่ยหูฟังความช่วยเหลือของพระเจ้า เสียงนั้นอาจจะมาจากพระวิญญาณของพระองค์โดยตรง ผ่านไบเบิ้ล ผ่านปัญหา ผ่านอุบัติเหตุหรือผ่านความหายนะ ขอคำแนะนำและตรวจสอบดูว่าเป็นคำแนะนำที่ถูกต้องหรือไม่โดยเทียบเคียงจากคำสอนในไบเบิ้ล (2 ทิโมธี 3:16-17) และสอบถามจากพี่น้องคริสเตียน (สุภาษิต 15:22 19:20) ยามที่ปัญหาเกิดขึ้น ให้เราใช้ไบเบิ้ลและการฝึกฝนจากกันและกันเพื่อให้เรามีมุมมองอย่างพระเจ้า พระวิญญาณบริสุทธิ์ของพระเจ้าทรงนำทางความนึกคิดและความรู้สึกของเราและเราสามารถพิสูจน์ได้ (1 ยอห์น 4:1) บางทีเราจะพบว่าความนึกคิดของเราและคำแนะนำที่เราได้รับ บางอย่างก็มาจากพระเจ้า บางอย่างก็ไม่ใช่ จงกระทำตามและเชื่อฟังในสิ่งที่มาจากพระเจ้า จงปฏิเสธความคิดที่ไม่ได้มาจากพระเจ้า

โมเสสทำอย่างไรในอพยพ 18:1-12 เขาประกาศความเชื่อเกี่ยวกับพระเจ้าผู้กระทำการอันยิ่งใหญ่ และช่วยพ่อตาของเขามาเป็นผู้ที่รับเชื่อ ความสัมพันธ์ระหว่างโมเสสกับพ่อตาและมีเดียนเป็นอย่างไร เป็นที่เด่นชัดว่าโมเสส ให้ความเคารพผู้อื่น และผู้อื่นก็ให้ความนับถือแก่โมเสสเช่นกัน

 

เราจะต้องมีมิตรไมตรีเช่นนี้กับผู้คนทั้งนอกโบสถ์และในโบสถ์ คำแนะนำของเยโธรมาจากประสบการณ์ชีวิตและวัยวุฒิ ให้คุณมองหาคำแนะนำจากผู้ที่มีสติปัญญาและรอบรู้ กอปรกับมีความเป็นผู้ใหญ่ในฝ่ายจิตวิญญาณเพื่อให้แนวทางแก่คุณ ความคิดเรื่องการแบ่งกลุ่มประชากรเป็นกลุ่มย่อยก็เพื่อพบความต้องการของผู้คนและเพื่อความคล่องตัวในการประกาศความเชื่อ แต่ละคริสตจักรอาจมีวิธีปฏิบัติต่างกันไป กลุ่มสนทนาพระคัมภีร์บางแห่งจะมีประมาณ 5-10 คน เฮ้าส์เชิร์ชจะมีประมาณ 30-50 คน และโซนหนึ่งอาจจะมีประมาณ 50-100 คน ฯลฯ กุญแจของการจัดกลุ่มย่อยก็เพื่อพบความต้องการของสมาชิกตามพระประสงค์และเจตนารมณ์ของพระเจ้า นั่นจึงเป็นเหตุว่าทำไมเราจึงมีการจัดกลุ่มและบริหารจัดการคริสตจักรในรูปแบบเช่นนี้

คุณสามารถสรุปบทเรียนของโมเสสสั้นๆ เพียง 25 คำหรือน้อยกว่านั้นได้ไหม คำตอบอยู่ในอพยพ 19 พระเจ้าจะประทานดินแดนแห่งพระสัญญาคือแผ่นดินคานาอันแก่คนอิสราเอลเพื่อเป็นมรดกสืบไป หากคนอิสราเอลเชื่อฟังพระคำของพระเจ้าอย่างหมดใจ (อพยพ 19:5-8)


 

ข้อคิด

เราจะต้องมีท่าทีที่อยากเรียนรู้เสมอ พร้อมที่จะฟัง และถ่อมใจขอความช่วยเหลือ คุณเห็นอะไรในพระเยซูตามที่บันทึกไว้ในลูกา 2:40, 46, 51

 

 

อธิษฐาน      

 

อธิษฐานให้กับพี่เลี้ยง  หรือคู่สาวก  คู่ฝึกฝน ผู้นำของคุณ


 

 

 

Day 25 : Various way God communicates with you

Daily Scripture : Exodus 18-19
2 Timothy 3:16-17, Proverbs 15:22, Proverbs  19:20, 1 John 4:1, Exodus 19:5-8, Luke 2:40,  46,  51

 

 

 

 

  

« Previous Entries