อ่านข้อพระคัมภีร์ อพยพ บทที่ 24-25
หลังจากที่พระเจ้าตรัสผ่านโมเสสเกี่ยวกับพันธสัญญาที่มีกับคนอิสราเอลในหนังสืออพยพ 20-23 แล้ว โมเสสก็ได้จารึกพระคำของพระเจ้าทุกถ้อยคำ โมเสสยังได้สร้างแท่นบูชาและถวายเครื่องสักการะที่เชิงภูเขาซีนาย เขาได้พรมเลือดแกะบางส่วนบนแท่นบูชา จากนั้นเขาก็อ่านพันธสัญญาของพระเจ้า และสุดท้ายเขาก็ปะพรมประชากรของพระเจ้าด้วยเลือดแกะที่เหลืออยู่จนหมดสิ้น โมเสสกล่าวว่า จงรำลึกถึงโลหิตเหล่านี้ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของพันธสัญญาที่พวกเจ้ามีต่อพระเจ้าของเจ้า (อพยพ 24:7-8) ลองจินตนาการฉากนี้ในความคิดของคุณ แท่นบูชาซึ่งมี 12 เสา สัตว์ที่นำมาถวาย เลือดแกะบนเครื่องสักการะ แท่นจารึกพระคำของพระเจ้าและการอ่านถ้อยคำเหล่านั้นต่อหน้าประชากรอิสราเอลทั้งปวง และประชากรเหล่านั้นต่างเปล่งเสียงประกาศว่า พวกเราจะกระทำตามทุกสิ่งที่พระเจ้าตรัสสั่ง และได้ปฏิญาณตนด้วยการปะพรมเลือดแกะบนตัวเอง ( จริงจังมากขนาดไหน! ) จากนั้น โมเสส อาโรน และผู้อาวุโสอีก 70 คนร่วมรับประทานอาหารกับองค์พระผู้เป็นเจ้าที่ภูเขาซีนาย (อพยพ 24:9-11) ตลอดช่วงชีวิตของพวกเขา พวกเขาบอกเล่าเป็นประจักษ์พยานแก่ผู้คนในเรื่องนี้ ประเทศอิสราเอลได้กระทำพันธสัญญาอย่างเป็นทางการกับพระเจ้าด้วยชีวิตของเขา พระเจ้าได้รับชนชาติอิสราเอลให้เป็นประชากรของพระเจ้าและประทับคำสัตย์นั้นด้วยโลหิต
ณ จุดนี้ในไบเบิ้ลยังมิได้เรียกว่าพันธสัญญาเดิมเพราะเป็นเพียงจุดเริ่มต้น จนกระทั่งภายหลังต่อมา เมื่อคนอิสราเอลอสัตย์ต่อคำปฏิญาณตน พันธสัญญาที่พระเจ้าให้ไว้เกี่ยวกับดินแดนแห่งพระสัญญาจึงเป็นโมฆะ และถูกถอดถอนไป อิสราเอลไม่ใช่ประชากรของพระเจ้า และพระเจ้าก็ไม่ใช่พระเจ้าของพวกเขาอีกต่อไป (ปฐมกาล 17:7 อพยพ 19:5 20:2 ถึงโฮเชยา 1:9) อิสราเอลจะต้องสูญเสียแผ่นดินคานาอัน และกฎแห่งโมเสสจึงกลายเป็นเพียงพันธสัญญาเดิม หมายถึงพันธสัญญาที่หมดไปแล้ว (เหตุการณ์การสูญเสียดินแดนนี้เกิดขึ้นใน 2 พงศ์กษัตริย์และ 2 พงศาวดาร)
เหตุการณ์ต่างๆที่กล่าวถึงข้างต้น การขึ้นไปบนภูเขา แท่นบูชา เลือดแกะ สิ่งเหล่านี้ถูกจารึกไว้ชนิดที่ลบออกไม่ได้ ทุกถ้อยคำเหล่านั้นถูกจารึกไว้ในจิตใจของคนอิสราเอลทุกคนนับจากนั้นสืบมา ทั้งหมดนี้สมควรที่จะได้เป็นมงกุฎของชนชาติอิสราเอล แต่กระนั้น เพราะความไม่เชื่อฟัง การไม่กลับใจ ความหยิ่ง จารีตประเพณีของมนุษย์ และหัวใจที่แข็งกระด้างของพวกเขา วันคืนแห่งพระสิริของพระเจ้าที่มีต่อพวกเขากลับกลายเป็นสิ่งที่น่าคร้ามกลัวที่สุดที่ได้เกิดขึ้นบนแผ่นดินโลก อีกหลายร้อยปีต่อมา แท่นบูชาอันใหม่ได้ถูกสถาปนาขึ้นด้วยฝุ่นดิน หิน ไม้และลูกแกะที่ถูกสังเวย โลหิตที่หลั่งไหลพรั่งพรู ฝูงชนจำนวนมหาศาลรวมตัวกับที่ครั้งหนึ่งถูกเรียกว่าภูเขาโมรัย ซึ่งต่อมารู้จักกันนาม ของภูเขา กลโกธา (แปลว่ากะโหลกศรีษะ) ฝูงชนร้องตะโกนและกรีดร้องอย่างน่าสะพึงกลัวว่า “ให้โลหิตของพระองค์ตกอยู่แก่เราและลูกหลานของเรา” (มัทธิว 27:25) ท้ายที่สุด พระเยซูได้เอ่ยคำสุดท้าย และสิ้นพระชนม์ จากนั้น พระเจ้าทรงสำแดงปฏิกิริยา แผ่นดินไหว หินแยก ม่านในพระวิหารฉีกขาดออกเป็นสองส่วน พระเจ้าทรงกระทำให้พระเยซูฟื้นคืนพระชนม์ (มัทธิว 27:45-54) ในกาลนั้น พระโลหิตที่หลั่งไหลของพระเยซูเป็นจุดกำเนิดของ พันธสัญญาใหม่ สามวันจากนั้นมา พระเยซูปรากฎตัวที่ภูเขาแห่งหนึ่งในเมืองกาลิลี พระองค์ตรัสว่า โลหิตของพระองค์หลั่งไหลเพื่อเป็นเครื่องหมายแก่ผู้คนที่จะได้รับความรอดด้วยการเชื่อฟังพระคำของพระเยซู กุญแจสำคัญที่พระเยซูบัญชาไว้ในพันธสัญญาใหม่คือ ผู้ที่จะเป็นสาวกของพระองค์ จะต้องบัพติศมาในฐานะสาวก ดำเนินชีวิตแบบสาวกและสั่งสอนผู้คนให้เป็นสาวก และเรียนรู้ที่จะรักษาสิ่งสารพัดที่พระเจ้าได้สั่งไว้
ในอพยพ 25:8 พระเจ้าตรัสสั่งโมเสสให้คนอิสราเอลสร้างที่ประทับสำหรับพระองค์ แสดงให้เห็นว่าพระเจ้ายินดีที่จะเดินกับบุตรหลานของพระองค์อีกครั้งหนึ่ง และเป็นสิริมงคลอันยิ่งใหญ่แก่ชาวอิสราเอลอีกครั้งหนึ่ง พระเจ้าทรงเผยที่ประทับของพระองค์เพื่อว่าพระองค์สามารถสถิตท่ามกลางประชากรของพระองค์ แผนงานของพระองค์ยังคงเป็นการดำเนินไปกับครอบครัวขององค์เพื่อเดินทางตรงไปสู่ดินแดนคานาอันแห่งพระสัญญา พระเจ้าจะนำทางตลอดหนทาง เมื่อเราหยุดและไตร่ตรองว่าเราได้รู้จักพระเจ้ามากแค่ไหนแล้วจากหนังสือปฐมกาลมาจนหนังสืออพยพ เราสมควรที่จะมีความยำเกรงและถ่อมตนลงถึงก้นบึ้งหัวใจเราที่ได้รู้ว่า พระเจ้ายังคงรักและอาทรต่อมนุษย์ธรรมดาๆ อย่างเรา มนุษย์ที่พระองค์เป็นผู้สร้างขึ้นมา
ราวกับว่าทุกสิ่งที่เราได้รับจากพระเจ้ายังไม่เพียงพอ พระองค์ยังได้ทรงประทานพระเยซูเป็นเครื่องถวายบูชาบนไม้กางเขนเพื่อรักษาชีวิตฝ่ายจิตวิญญาณของเราต่อไปอีก อีกครั้งที่พระเจ้าทรงเยียวยาและมอบโอกาสแก่มนุษย์เช่นเดียวกับเมื่อคราวที่คนอิสราเอล อสัตย์ต่อคำสัญญาต่อพระเจ้า จากนี้ไปพระเยซูจะเป็นทางที่นำเราให้ใกล้ชิดกับพระเจ้าอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน พระเยซูจะนำพาให้เราติดสนิทกับพระเจ้ามากยิ่งกว่าคราวที่พระเจ้าเดินกับอาดัมและเอวาในสวนเอเดน เพราะวันนั้นจะมาถึงเมื่อที่พระเจ้าโดยทางของพระเยซูจะไม่เพียงแต่เดินไปกับคนของพระองค์ แต่จะสถิตอยู่ภายในจิตใจและจิตสำนึกของบุตรชายบุตรสาวของพระองค์ และนี่จะเป็นปรากฎการณ์ใหม่ระหว่างมนุษย์กับพระเจ้า ยุคของการเป็นสาวก !
ในอพยพ 25 พระเจ้าตรัสสั่งแก่โมเสสว่ามีสิ่งใดบ้างที่จะต้องวางประทับไว้ที่แท่นบูชา สิ่งหนึ่งคือหีบพันธสัญญา โมเสสจะต้องบรรจุคำจารึกไว้ในหีบใบนี้ ซึ่งคำจารึกนั้นคือ แผ่นหินสองแผ่นที่พระเจ้าได้ทรงจารึกบัญญัติสิบประการไว้ (อพยพ 31:18) แผ่นหินสองอันนี้เป็นสัญลักษณ์ของกฎแห่งโมเสส (อพยพ 20-23) สรรพสิ่งที่พระเจ้าได้เคยตรัสไว้ หยุดตรงนี้และคิดสักครู่ ทำไมเราจะต้องเชื่อฟังทุกสิ่งที่พระเจ้าได้ตรัสสั่งไว้ ลองไตร่ตรองข้อความในเฉลยธรรมบัญญัติ 8:16 ลูกา 11:1-3 ยอห์น 3:16 โรม 8:31-32 และพระสัญญา 7 ข้อที่พระเจ้าประทานให้แก่อับราฮัม และการที่พระสัญญาแต่ละข้อบังเกิดขึ้นจริงตามลำดับภายในระยะเวลาสามพันปี และไบเบิ้ลเป็นข้อพิสูจน์อันเป็นลายลักษณ์อักษร
สังเกตต่ออีกในอพยพ 25:16-22 ว่าพระเจ้าทรงประทับบนพระที่นั่งกรุณาและสถิตอยู่ที่หีบพันธสัญญาที่บรรจุบัญญัติสิบประการด้วย จากที่ประทับแห่งนั้น พระเจ้าสนทนาโดยตรงต่อโมเสสและตรัสสั่งโมเสสให้กำชับต่อคนอิสราเอลว่าจะต้องปฏิบัติตนอย่างไรเพื่อที่จะได้รับและรักษาดินแดนแห่งพระสัญญา ลองนึกภาพดูว่าการได้ยินคำตอบที่ชัดเจนจากพระเจ้าโดยตรงกับคำถามที่คุณได้ถามพระองค์ด้วยตัวคุณเอง จะเป็นอย่างไร ซึ่งแท้จริงแล้ว เราได้ยินพระคำของพระเจ้าโดยตรงที่บันทึกในไบเบิ้ล แต่บางครั้งเราต้องใช้เวลาในการเข้าใจจริงๆ ว่าพระเจ้าประสงค์สิ่งใด และนั่นคือปัญหาของคนอิสราเอล พระเจ้าประทับบนหิ้งนั้นและทรงกระทำให้เรามั่นใจว่าสิ่งใดที่พระเจ้าสัญญาพระเจ้าจะทำให้เกิดขึ้น พระเจ้าตรัสผ่านโมเสส ต่อมาเราจะได้เห็นว่า พระเยซูตรัสดั่งกับพระเจ้าทรงตรัสเอง กระนั้น พระเยซูจะตรัสตามที่พระเจ้าทรงมอบหมายให้ในฐานะสาวกที่สัตย์ซื่อของพระเจ้า(ยอห์น 5:19-31)
ข้อคิด
- ในโฮเชยา 1:9 พระเจ้าตรัสว่าอิสราเอลไม่ใช่ประชากรของพระเจ้าอีกต่อไป ต่อมาโดยผ่านทางพระเยซู เราได้รับข่าวประเสริฐเรื่องใดเกี่ยวกับ พระเจ้าและการเป็นประชากรของพระองค์ ( 1เปโตร 2:9,10)
- ทำไมสาวกจึงต้องหลีกหนีจากบาปและการประนีประนอมต่อคำสัตย์ที่ให้ไว้ต่อพระเจ้า(2โครินธ์ 6:14-18)
อธิษฐาน
ขอบคุณพระเจ้าสำหรับพระเยซูผู้ทรงเป็นผู้ไถ่บาปให้แก่เรา
Day 27 : Meet with God on the mountain
Daily Scripture : Exodus 24-25
Genesis 17:7, Exodus 19:5, Exodus 20:2, Hosea 1:9, Matthew 27:25, Matthew 27:45-54, Exodus 25:8, Exodus 31:18, Exodus 20-23, Deuteronomyิ 8:16, Luke 11:1-3, John 3:16, Romans 8:31-32, Exodus 25:16-22, John 5:19-31, 1Peter 2:9-10, 2Corinthians 6:14-18
Share This