Jan 20

 

 

 

อ่านข้อพระคัมภีร์           อพยพ บทที่ 5-7

 

 

จินตนาดูว่า คุณกำลังเดินเข้าไปหา ซัดดัม ฮุสเซน หรือ ฮิตเลอร์ และบอกว่า พระเจ้าส่งฉันมาบอกแก่เจ้าว่าให้ปล่อยทาสนับพันคนของเจ้าไป     ฟังดูเหมือนบ้าสิ้นดี  ใช่ไหม      เมื่อโมเสสพูดเช่นนั้นกับกษัตริย์ฟาโรห์    เขาถามโมเสสว่า    พระเจ้าของแกคือใคร ทำไมข้าจะต้องเชื่อฟังและปล่อยเหล่าทาสอิสราเอลของข้าไป

 

มนุษย์ทุกหมู่เหล่าจะต้องเลือกที่จะเชื่อฟังหรือจะไม่เชื่อฟังพระสุรเสียงของพระเจ้าเหมือนกับอาดัม ในปฐมกาล 2:16-17   หรือโนอาห์ที่เลือกที่จะเชื่อฟัง ในปฐมกาล 6:22     และมนุษย์ทุกคนจะได้หรือจะสูญเสียก็ขึ้นอยู่กับการเลือกนี้เป็นหลัก     สำหรับเราในวันนี้ มันหมายถึงว่าเราจะต้องเชื่อฟังพระวจะเพราะพระคัมภีร์ทุกตอนได้รับการดลใจจากพระเจ้า     ไบเบิ้ลบันทึกว่าฟาโรห์ดูหมิ่นพระสุรเสียงของพระเจ้าโดยการกดขี่ข่มเหงคนของพระเจ้าสาหัสกว่าเดิม   ความดันทุรังของฟาโรห์เป็นการตัดขาดพันธสัญญาที่พระเจ้ามีไว้กับอับราฮัม อิสอัคและยาโคบ ผู้เป็นบิดาแห่งความเชื่อของคนอิสราเอล    ดังนั้น ในการที่ฟาโรห์ดื้อดึงต่อการเตือนของพระเจ้าผ่านโมเสส    ความหายนะอันยิ่งใหญ่ได้เกิดขึ้นต่อชาวอียิปต์ทั่วประเทศ  เราจะอวยพรผู้ที่อวยพรเจ้า และเราจะแช่งสาปผู้ที่สาปแช่งเจ้า     ในอพยพบทที่ 6:1-8   และ 7:4   พระเจ้าตรัสว่า การพิพากษาได้เกิดขึ้นแล้ว   พระเจ้าบนฟ้าสวรรค์ได้พิพากษาให้เกิดความหายนะ 10 ประการให้เกิดขึ้นกับฟาโรห์และประเทศอียิปต์เพราะพวกเขาได้สาปแช่งและกดขี่คนของพระเจ้า

 

เป็นสิ่งที่น่าคร้ามกลัวมากเพียงใดในการที่ตกอยู่ในอุ้งมือของพระเจ้าผู้ทรงพระชนม์อยู่และต้องคำพิพากษาของพระองค์  (ฮีบรู 10:26-31)    ลองจินตนาการถึงชะตากรรมที่จะเกิดขึ้นเมื่อคุณอ่านอพยพบทที่ 8-12 ต่อไป ซึ่งเป็นเพียงการชิมลางการลงโทษฑัณฑ์ของพระเจ้าบนโลกนี้ที่พระองค์ทรงกระทำต่อฟาโรห์และชาวอียิปต์    เราแทบไม่อยากจะนึกภาพต่อไปเลยว่าการลงโทษฝ่ายจิตวิญญาณของพระองค์ในวันพิพากษาจะเป็นอย่างไร !!!     แต่ขอให้เรามีกำลังใจที่ได้รู้ว่าพระองค์ทรงรักษาพระสัญญาที่ให้ไว้ต่อชาวอิสราเอลซึ่งเป็นพระสัญญาที่ให้ไว้ต่อเราเช่นกัน

 

 

 

 

ข้อคิด

 

·        พระเจ้าต้องการให้คุณเผชิญหน้าตัวเองในเรื่องใดในชีวิตของคุณ   คุณมี ฟาโรห์ ที่คุณจะต้องเผชิญหรือไม่   มีเจ้านายหรือเพื่อนคนไหนที่คุณจำเป็นต้องท้าทายให้เขาหยุดทำบาปและให้เชื่อฟังพระสุรเสียงของพระเจ้า   มีความบาปอันหนักอึ้งที่คุณกำลังแบกอยู่ไหมที่อาจฉุดคุณออกไปจากพระเจ้าและต้องคำพิพากษาของพระองค์   ให้คุณมีใจกล้าที่จะเผชิญบาปนั้นในวันนี้   ขอความช่วยเหลือจากใครสักคน  อาจเป็นพี่น้องในพระคริสต์หรือคู่ฝึกฝนของคุณ

 

 

 

 

บทศึกษาเพิ่มเติม            

ทำไมจะต้องมีการบันทึกลำดับวงศ์ตระกูลในอพยพ 6:14-25     สิ่งที่บันทึกไว้เพื่อแสดงให้เห็นถึงความสัตย์ซื่อที่พระเจ้าทรงมีต่อมนุษย์ในทุกยุคทุกสมัยและการรักษาคำสัญญาของพระองค์ตั้งแต่บรรพบุรุษของเราเป็นต้นมา   ในปฐมกาล 15:16  พระเจ้าทรงสัญญาต่ออับราฮัมว่าลูกหลานของเขาจะได้กลับภูมิลำเนาในสี่ชั่วอายุคน   คุณลองนับลำดับลูกหลานรุ่นที่สี่ของอับราฮัมจากพระคัมภีร์ที่บันทึกไว้

 

 

 

อธิษฐาน      

อธิษฐานขอให้คุณสามารถยืนหยัดเพื่อความเชื่อของคุณได้ แม้ว่าคุณอาจอยู่ในภาวะการณ์ที่ถูกผู้อื่นกดขี่ข่มเหง

 

 

 

 

Day 20 : The Lord’s Command : Let my people go!

Daily Scripture : Exodus 5–7

–  Genesis 2:16-17, Genesis 6:22,  Exodus 6:1-8, Exodus 7:4,  Hebrews 10:26-31, Exodus 8-12

–  Exodus 6:14-25, Genesis 15:16 

 

 

 

Jan 19

 

  

อ่านข้อพระคัมภีร์           อพยพ บทที่ 3-4

 

 

 

ใครเป็นคนแรกที่ได้รู้จักชื่อของพระเจ้า  คำว่า พระเจ้า และ มนุษย์ เป็นคำเรียกทั่วๆ ไป แต่ทั้งสองคำมีไว้สำหรับเรียกนามธรรมที่ต่างกัน    เป็นสิ่งที่น่าอัศจรรย์ใจที่มนุษย์ได้รู้จักพระเจ้ามากว่าหลายพันปีนับจากยุคของอาดัมสู่โมเสส   มีเพียงแค่โมเสสที่คิดจะถามชื่อจริงของพระเจ้า และไม่ได้เป็นการถามจริงจังเพียงแค่พยายามหลีกเลี่ยงการทรงเรียกของพระเจ้า    คุณคิดอย่างไรหากคุณเป็นเพื่อนใครสักคนเป็นเวลาหลายปีแต่ไม่รู้จักชื่อของเขาเลย เรียกแค่เขา  เฮ้ย   เฮ้   คุณ  หรือ พระเจ้า

 

พระเจ้าไม่ได้รีรอที่จะบอกกับโมเสสว่าชื่อของพระองค์เรียกว่า เยโฮวาห์ เขียนว่า YHWH      มีความหมายว่า  เราเป็นผู้ซึ่งเราเป็น      เราเป็นเรา    เราเป็น   เป็นอยู่   สถิตอยู่    สิ่งจำเป็น    การคงอยู่  ฯลฯ    พระเจ้าเผยพระองค์ว่าพระองค์คือแหล่งกำเนิดของสรรพสิ่ง   พระสิริเป็นของพระองค์ ความยิ่งใหญ่ที่พระองค์ทรงเป็น

 

ทูลขอพระเจ้าสำหรับสิ่งที่ดีงามด้วยแรงจูงใจที่งดงามและพระองค์จะตอบคำวิงวอนนั้น  (ยากอบ 1:5-8 และ 4:1-3)    มีอะไรไหมที่คุณอยากจะถามหรือจะบอกกับพระเจ้า     สิ่งมหัศจรรย์เกี่ยวกับพระเจ้าและพระเยซูคือพระองค์จะทรงประทานแก่ทุกคนที่ทูลขอด้วยความจริงใจ   พิจารณาจาก ยอห์น 14:14-15   พระเยซูตรัสว่า   เจ้าคือสหายของเรา  ทุกสิ่งที่เราได้ยินจากพระบิดา  เราบอกกล่าวแก่เจ้า    เช่นเดียวกันกับโมเสส เราเองก็สามารถมีความสัมพันธ์ที่ยิ่งใหญ่กับพระเจ้าได้    พระเจ้าทรงเรียก โมเสส   เราจะส่งเจ้าไป  เราจะอยู่กับเจ้า จงไปเถิด…. (อพยพ 3:4,10,12,16)   พระเจ้าได้เรียกโมเสสให้ไปช่วยเหลือชาวอิสราเอลที่เรียกร้องหาพระเจ้าเพื่อปลดปล่อยพวกเขาจากพันธนาการของความเป็นทาส   พระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่องค์เดียวกันได้ทรงเรียกพวกเรา  ส่งเราไป และสัญญาว่าจะอยู่กับเราตลอดไป จงออกไปสั่งสอนชนทุกชาติ  เพื่อช่วยเหลือผู้คนจากพันธนาการฝ่ายจิตวิญญาณในวันนี้    ขอให้เราสัตย์ซื่อต่อการทรงเรียกของพระองค์และต่อมาตรฐานการเป็นสาวกตามพระกิตติคุณ  (มัทธิว 28:18-20    2 เปโตร 1:2-10)

 

สังเกตุดูว่าพระเจ้าช่วยเหลือโมเสสเอาชนะอุปสรรคและข้อแก้ตัวต่างๆ ด้วยพระองค์เอง    คุณมีอุปสรรคหรือข้อแก้ตัวอันใดที่คุณต้องการความช่วยเหลือ    คุณเปิดใจกับผู้อื่นอย่างซื่อตรงไหมเพื่อว่าคุณจะได้รับความช่วยเหลือเอาชนะอุปสรรคต่างๆ ได้    โมเสสเต็มไปด้วยข้ออ้าง ข้อแก้ตัวอย่างนั้นอย่างนี้ไปเรื่อย และเขาไม่เคยพูดถึงเลยเกี่ยวกับเรื่องที่เขาฆ่าคนอียิปต์ 2 คนในหนังสืออพยพ 2:14     ขอให้เราเผชิญกับรากเหง้าของปัญหาที่แท้จริงและโยนขว้างข้อแก้ตัวไปเสียให้ไกล    พระเจ้าไม่รับฟังคำแก้ตัวของโมเสสเลย และพระเจ้าจะไม่รับฟังข้อแก้ตัวของเราเช่นกัน      กระนั้น เรายังได้เห็นความรักและความอาทรที่พระเจ้าทรงมีต่อโมเสสในอพยพ 4:19   พระเจ้าทรงเสริมสร้างความมั่นใจให้แก่โมเสส ว่าเขาไม่ต้องเกรงกลัวมนุษย์ผู้ใดที่อาจแก้แค้นโมเสสที่เคยฆาตกรรมชาวอียิปต์

 

 

ข้อคิด

·        หากคุณได้พบกับพระเจ้าหน้าต่อหน้า  คุณจะถามอะไรต่อพระองค์ คุณต้องการบอกพระองค์ว่าอะไร

·        เราได้รู้จักชื่อจริงของพระเจ้าแล้วว่าคือ เยโฮวาห์  ทำให้คุณรู้สึกว่าอยากมีความสัมพันธ์ที่สนิมสนมกับพระองค์มากขึ้นบ้างไหม

 

 

อธิษฐาน       

 อธิษฐานผ่านพระนามของพระเยซูที่ทรงสถิตอยู่ในใจของคุณ ขอทรงช่วยให้คุณสามารถพูดคุยสัมผัสกับพระเจ้าได้อย่างใกล้ชิด   ( 1 โครินธ์ 1:10-16     โรม 8:26-27)

 

 

 

Day 19 : Respond to God, when He calls

Daily Scripture : Exodus 3–4

James 1:5-8,4:1-3,  John 14:14-15,   Exodus 3:4,10,12,16,   Matthew 28:18-20, 2 Peter 1:2-10, Exodus 2:14, Exodus 4:19, Corinthians 1:10-16, Romans 8:26-27

Jan 18

 

 

 

อ่านข้อพระคัมภีร์           อพยพ บทที่ 1-2

 

 

 

เหตุการณ์ที่บันทึกในปฐมกาลจนถึงจุดเริ่มต้นของหนังสืออพยพเป็นระยะเวลาประมาณ 300-350 ปี   ระหว่างนั้น อัมราฮัม  อิสอัค  และยาโคบ (ซึ่งได้ถูกเปลี่ยนชื่อเป็นอิสราเอล)  ได้เติบโตจากจำนวน 70 คนเป็นหลายล้านคน   พระเจ้าได้ทำให้พระสัญญาของพระองค์เกิดขึ้นอย่างเฝ้าระวังและอย่างสัตย์ซื่อแก่อับราฮัม อิสอัคและยาโคบ  โดยการทำให้ชนเผ่าของเขากลายมาเป็นชนชาติที่ยิ่งใหญ่ มีลูกหลานมากมายดุจดวงดาวในท้องฟ้า ( เฉลยธรรมบัญญัติ 1:10-11   26:5)

 

พระเจ้าทรงรักลูกหลานของพระองค์และทรงห่วงใย     ในเจ็ดวันพระเจ้าได้สร้างโลกและมอบโลกทั้งใบให้แก่อาดัมและเอวา ทำให้เราได้ประจักษ์ถึงความรักความอาทรเป็นกิจวัตรของพระองค์    จากปฐมกาลถึงอพยพ เวลานานหลายร้อยปี  พระเจ้าได้สำแดงให้เราได้ประจักษ์ว่าพระองค์ทรงสัตย์ซื่อกับทั้งคนในยุคนั้นและในยุคนี้

 

เมื่อ 300 ปีผ่านพ้นไป  จักรพรรดิฟาโรห์คนใหม่ขึ้นครองราชย์และได้กดขี่ชาวอิสราเอลกระทั่งฆ่าบุตรชายหัวปีทุกคน เสียงไห้ระงมของพวกเขาได้ยินไปถึงพระกรรณของพระเจ้า… และพระองค์ทรงรำลึกถึงคำสัญญาที่ได้ให้ไว้แก่อับราฮัม อิสอัคและยาโคบ     พันธสัญญาที่พระเจ้าเคยให้ไว้ก็คือ พระองค์จะสาปแช่งต่อผู้ที่สาปแช่ง และจะให้พรต่อผู้ที่ให้พรบุตรหลานของอับราฮัม   ตราบเท่าที่บุตรหลานของอับราฮัมรักษาความสัมพันธ์กับพระเจ้าโดยการเชื่อและคำฟังเสมอไป    ช่วงเวลานั้นเด็กน้อยชื่อโมเสสถือกำเนิดเกิดมา และได้กลายมาเป็น คนที่พระเจ้าใช้ เพื่อช่วยกู้

อิสรภาพแก่ชาวอิสราเอลจากการเป็นทาสและอพยพออกจากอียิปต์ และเดินทางไปสู่ดินแดนคานาอัน   ไม่ว่าเราจะมีความขัดสนหรือความยากอย่างไรในวันนี้  ไบเบิ้ลเป็นประจักษ์พยานว่า หากเราวิงวอนทูลขอความช่วยเหลือจากพระเจ้า  พระเจ้าจะช่วยเหลือเราตามพันธสัญญาที่เราได้ให้ไว้ในพระเยซู    พระเยซูเรียกให้เราเป็นสาวกที่อุทิศตัวและดินแดนแห่งพระสัญญาของพวกเราก็คือแผ่นดินสวรรค์

 

  

 

ข้อคิด

·        พระสัญญาข้อใดในไบเบิ้ลที่คุณท่องจำได้จนขึ้นใจ  ข้อไหนที่คุณเชื่อมั่นอย่างสุดใจ และข้อใดที่คุณยังไม่แน่ใจ  ข้อพระคัมภีร์สามารถเป็นความมั่นใจให้แก่คุณได้หรือไม่   ให้คุณรื้อฟื้นความยินดีในพระเจ้าด้วยจิตใจอันใหม่ สายตาคู่ใหม่   ขอให้คุณมีกำลังใจที่แช่มชื่นและกลับใจจากการขาดความเชื่อหรือการขาดความวางใจในพระเจ้า

·        อ่าน 2 เปโตร 3:8-9  และ โรม 8:28   ข้อพระคัมภีร์เหล่านี้เกี่ยวข้องอย่างไรกับบทเรียนและข้อคิดในข้อ 1  คิดอย่างไรที่ว่าพระเจ้ามิใช่เชื่องช้าในการรักษาคำสัญญา  และที่ว่าหนึ่งพันวันเท่ากับหนึ่งวันสำหรับพระเจ้า  มันเกี่ยวข้องกับเราอย่างไรในวันนี้

 

 

 

อธิษฐาน     

เพื่อเราจะมองความต้องการของคนอื่น

 

 

 

Day 18 : God’s Characteristics

Daily Scripture : Exodus 1–2

Deuteronomy 1:10-11   26:5, 2 Peter 3:8-9, Romans 8:28–

 

Jan 17

 

 

 

อ่านข้อพระคัมภีร์           ปฐมกาลบทที่   49-50

 

 

 ในปฐมกาล 49   ยาโคบรวบรวมบุตรชายทั้งหลายมาพร้อมหน้ากันก่อนที่เขาจะเสียชีวิต ยาโคบได้บอกลูกๆ ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นในอนาคต (ปฐมกาล 49:1)     ปฐมกาล 49:28  กล่าวว่าลูกๆ ทุกคนได้รับพรตามความเหมาะสม  หมายความว่าแต่ละคนได้รับพรตามที่ตนสมควรได้รับ    ในพระคริสตธรรมใหม่ พระเจ้าตรัสว่าพวกเราทุกคนจะถูกพิพากษาตามการกระทำของเรา  เช่นเดียวกันกับเมื่อตอนยาโคบบอกกล่าวแก่ลูกๆ ทุกคน    พวกเราเองก็จะได้อยู่พร้อมหน้าพระพักตร์พระเจ้าในวันพิพากษา  (โรม 2:5-8)

 

ยาโคบเริ่มกล่าวแก่รูเบน ลูกชายคนโตก่อน  โดยประเพณีแล้วพ่อจะให้พรแก่ลูกคนโตก่อน แต่ยาโคบไม่ได้ให้พรแก่รูเบนแต่กลับตักเตือนพฤติกรรมอันน่ารังเกียจของลูกที่ทำผิดประเวณีกับบิลฮาห์เยี่ยงนางบำเรอ  ในปฐมกาล 35 บันทึกว่า…และอิสราเอลได้ยิน….  ไม่มีที่ใดในไบเบิ้ลบ่งบอกเลยว่าแม้อิสราเอลจะรู้เรื่องนี้แต่ก็ไม่เคยเผชิญหน้ารูเบนหรือมีปฏิกิริยาใดๆ เกี่ยวกับบาปนั้นเลย   ยาโคบรู้จักพฤติกรรมของรูเบนดีว่าเป็นคนหลอกลวงและหัวแข็งจึงไม่ได้ให้พรแก่ลูกชายคนโต

 

คนถัดมา สิเมโอนและเลวีก้าวเข้ามาหายาโคบ  แทนที่จะเป็นการให้พระพร ยาโคบกลับให้คำสาบแช่งเพราะความเป็นพาลเกเรและความเกรี้ยวกราดของบุตรชายทั้งสอง  คำสาปนั้นคือพวกเขาจะต้องพรากจากกันและกระจัดกระจายกันไป   และคำสาปนี้ก็กลายเป็นจริงอีก 400 ปีถัดมาเมื่อชนเผ่าของพวกเขาพ่ายแพ้และสูญเสียประชากร (กันดารวิถี 1:23   26:14)  ซึ่งเป็นชนเผ่าของสิเมโอน จากประชากร 59,300 คนลดลงเหลือ 22,200 คน   เผ่าเลวีเองก็กระจัดกระจายกันไป  พวกเขาต้องพเนจรไม่มีแผ่นดินของตนเอง    อย่างไรก็ดี ในหนังสืออพยพ 32:28-29  คำสาปแช่งของพวกเขาได้กลับกลายเป็นพระพร  พวกเขาถูกแบ่งแยกและกระจัดกระจายกันไปแต่ก็ได้กระทำคุณความดี  พวกเขาได้รับใช้ในฐานะปุโรหิตแก่ชาวอิสราเอล    เราเองก็เช่นกัน บางทีเรารู้สึกเหมือนต้องคำสาปหรือรู้สึกว่าไม่มีสิ่งใดเข้าทางเราบ้างเลย แต่เราก็สามารถเห็นพระเจ้าแปรเปลี่ยนคำสาปให้เป็นพระพรได้ หากจิตใจของเราหันกลับเข้ามาพระเจ้า

 

ยูดาห์ บุตรชายคนที่ 4 ได้รับพระพร  มหาอำนาจจะไม่มีวันพรากไปจากยูดาห์ และจากสายโลหิตของยูดาห์นี่เองที่เป็นต้นตระกูลของพระเยซู  (มัทธิว 1:2-3    ฮีบรู 1:8)    ยูดาห์เองก็เคยตกสู่บาปในอดีตที่น่ารังเกียจ พอๆ กับสิ่งที่รูเบน  สิเมโอนหรือเลวีได้ทำ    แต่สิ่งที่เราเห็นคือ เราเห็นการกลับตัวกลับใจใหม่ของยูดาห์  (ปฐมกาล 38:26     44:32-33)    เพราะเหตุนี้เอง ยาโคบจึงมีความมั่นใจในการให้พรแก่ยูดาห์    ยาโคบได้ให้พรแก่บุตรชายที่เหลือตามสมควรแก่อุปนิสัยของพวกเขา

 

ในปฐมกาล 50  ยาโคบจบสิ้นชีวิตลงและถูกฝังในถ้ำ  ( ปฐมกาล 49:31)   โยเซฟขอนำกระดูกของยาโคบกลับไปยังดินแดนคานาอันเมื่อพระเจ้านำพวกเขาเข้าสู่ดินแดนแห่งพระสัญญา   จนถึงนาทีสุดท้าย เราเห็นโยเซฟรักษาความเชื่อและยึดมั่นอยู่กับพระสัญญาของพระเจ้าอย่างไม่สั่นคลอน

 

 

 

 

ข้อคิด

 

·        เหมือนกับที่ยาโคบรู้จักอุปนิสัยของลูกๆ ทุกคนเป็นอย่างดี  พระเจ้าก็รู้จักอุปนิสัยของพวกเราอย่างหมดจดเช่นกัน  (ฮีบรู 4:13)   เมื่อได้รู้เช่นนี้แล้ว ทำให้คุณรู้สึกกลัว หรือมั่นคงปลอดภัย

·        คุณได้เคยเห็นคำแช่งสาปในชีวิตของคุณแปรเปลี่ยนเป็นพระพรอย่างไร

 

 

อธิษฐาน       

 อธิษฐานที่จะเอาชนะความอ่อนแอที่ดูเหมือนคำสาปแช่งให้กลับกลายเป็นพระพรในชีวิตของคุณ

 

 

 

Day 17 : Expectation

Daily Scripture : Genesis 49–50

Romans 2:5-8, Genesis 35, Numbers1:23, Numbers 26:14, Exodus 32:28-29, Matthew 1:2-3, Hebrew 1:8, Genesis 38:26, Genesis 44:32-33

 

 

Jan 16

 

 

อ่านข้อพระคัมภีร์           ปฐมกาลบทที่   46-48

 

 

ในปฐมกาล 46:2-4  พระเจ้าได้ทรงหนุนใจยาโคบ  พระเจ้าเตือนให้เขาจดจำถึงพระสัญญาของพระองค์จากปฐมกาล 28:12-15    ในปฐมกาล 28 นั้น  ยาโคบยังไม่ใช่ผู้ติดตามพระเจ้าอย่างสัตย์ซื่อ  แต่กระนั้นพระเจ้าก็ยังให้คำสัญญาว่าจะสร้างยาโคบให้กลายเป็นชนชาติที่ยิ่งใหญ่     หลายปีต่อมา พระเจ้าทรงกระทำพระสัญญานั้น  ยาโคบได้นำพาลูกหลานกว่า 70 คนเข้าสู่อียิปต์   พระเจ้าได้ทำตามคำสัญญาของพระองค์แล้ว

 

โยเซฟใช้ความฉลาดในการเข้าครอบครองผืนดินอันอุดมสมบูรณ์ทั่วแคว้นอียิปต์  แผ่นดินของโกเชน เพื่อครอบครัวของเขา   หลายสิ่งหลายอย่างที่ชาวอียิปต์ถือเป็นเรื่องน่ารังเกียจเช่น  ชาวฮีบรู และอาชีพเลี้ยงแกะ  ถึงขนาดว่าคนชาวฮีบรูห้ามนั่งร่วมรับประทานอาหารกับคนอียิปต์เลยทีเดียว    โยเซฟพยายามบอกพี่ชายของเขาว่าเมื่อได้พบกับฟาโรห์ ให้บอกว่าเป็นผู้เลี้ยงแกะ   เช่นนี้ ชาวฮีบรูจะได้ไม่ถูกชาวอียิปต์รังควาน  พระเจ้าทรงประทานสถานการณ์ที่สมบูรณ์แบบแก่ครอบครัวของยาโคบเพื่อจะเจริญรุ่งเรืองในปฐมกาล 47:27     แผนงานเหล่านี้ทั้งหมดก็เพื่อสร้างชนชาติที่บริสุทธิ์จากสายกำเนิดของอับราฮัม    สิ่งนี้จะเป็นไปไม่ได้เลยตราบเท่าที่ถูกรายล้อมด้วยชาวคานาอันเพราะพวกเขาต้องการแต่งงานกับคนของพระเจ้า  แตกต่างกับคนอียิปต์ที่รังเกียจชาวฮีบรู     สี่ร้อยปีให้หลังพระเจ้านำพาชาวฮีบรูกว่าล้านคนกลับไปสู่ดินแดนพระสัญญา  ในอพยพ 12:37   เราได้พบว่าเมื่อยามที่พวกเขาออกจากอียิปต์ ลูกหลานของตระกูลยาโคบมีจำนวนกว่าหกแสนคนไม่นับรวมเด็กและสตรี

 

เราจะต้องไม่เสียขวัญกำลังใจหรือสูญเสียความเชื่อว่าพระเจ้าจะกระทำพระสัญญาในชีวิตเราหรือ    วันเวลาของพระเจ้าอาจจะแตกต่างจากความคาดหวังของเรา แต่เราต้องวางใจว่าสักวันหนึ่งพระสัญญาจะเกิดขึ้น

 

ยาโคบและโยเซฟเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน (ปฐมกาล 46:28-29)    ในปฐมกาล 47  ยาโคบและครอบครัวยึดครองแผ่นดินโกเชน   และในช่วงบั้นหลายชีวิตของยาโคบก่อนสิ้นชีวิต  ยาโคบได้รับเอาบุตรของโยเซฟ คือ เอฟาเรมและมานาเสห์เป็นบุตรของตน  ดังนี้ โยเซฟจึงได้สิทธิบุตรหัวปี คือ สิทธิการได้รับมรดกสองเท่า ยาโคบอวยพรแก่เอฟราอิมและมนัสเสห์ อวยพรแก่คนน้องมากกว่าคนพี่

 

   

 

ข้อคิด

·        พระสัญญาอะไรบ้างที่พระเจ้าได้ประทานให้แก่ชาวคริสเตียนในวันนี้  (มัทธิว 6:33   ยอห์น 15:5)    คุณได้รักษาความยึดมั่นในความเชื่อของคุณไหมว่าพระเจ้าจะรักษาคำสัญญาที่ให้ไว้แก่คุณ

·        เขียนลำดับว่ามีพระสัญญาของพระเจ้ากี่ข้อแล้วที่เกิดขึ้นในชีวิตของคุณแล้ว

·        คุณได้อธิษฐานแบบเฉพาะเจาะจงครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่  คุณกลัวไหมที่จะอธิษฐานแบบเฉพาะเจาะจง  ทำไมคุณไม่อธิษฐานแบบนี้มากขึ้นล่ะ

·        คุณควรมีท่าทีแบบไหนในวันนี้ เมื่อได้รู้แล้วว่าพระเจ้าได้ให้คำสัญญาแก่คุณหลายประการและจะประทานให้แก่คุณ

 

 

  

คำอธิษฐาน       

อธิษฐานเผื่อเพื่อนที่คุณศึกษาพระคัมภีร์ด้วย  เพื่อว่าเขาจะตัดสินใจที่ถูกต้องในการเป็นคริสเตียนที่แท้จริงและติดตามพระเจ้าอย่างสิ้นสุดใจ

 

 

 

Day 16 : God keeps his promise

Daily Scripture : Genesis 46–48

Genesis 28:12-15, Exodus 12:37, Matthew 6:33, John 15:5

« Previous Entries