Dec 3

อย่าเสียเวลากับชีวิตของคุณ
เตรียมพร้อมสำหรับ “40 วันด้วยวัตถุประสงค์”

เซซาร์ โลเปซ
2 เม.ย. 2006
กรุงเทพฯ , ประเทศไทย

“จงระมัดระวังในการดำเนินชีวิตของท่าน อย่าให้เป็นเหมือนคนไร้ปัญญา แต่ให้เหมือนคนมีปัญญา จงฉวยทุกโอกาสในการทำดี เพราะว่าทุกวันนี้เป็นกาลชั่ว อย่าใช้ชีวิตแบบปล่อยตัวไร้ความคิด แต่จงเข้าใจน้ำพระทัยขององค์พระผู้เป็นเจ้าว่าเป็นอย่างไร”
เอเฟซัส 5:15-17 (NLT)

3 คำถามพื้นฐาน


1) พระเจ้าต้องการอะไร ___________________

“จงถวายตัวของท่านแด่พระเจ้า เหมือนหนึ่งคนที่เป็นขึ้นมาจากความตายแล้ว และจงให้อวัยวะทั้งหมด เป็นเครื่องใช้ในการชอบธรรมถวายแด่พระเจ้า”
โรม 6:13 (NLT)

“พระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่านประสงค์ให้ท่านกระทำอย่างไร คือให้ยำเกรงพระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่าน ให้ดำเนินตามทางทั้งปวงของพระองค์ ให้รักพระองค์ ให้ปรนนิบัติพระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่านด้วยสุดจิตสุดใจของท่านทั้งหลาย”
เฉลยธรรมบัญญัติ 10:12 (NCV)

“ไม่มีผู้ใดเป็นข้าสองเจ้าบ่าวสองนายได้ เพราะว่าจะชังนายข้างหนึ่งและจะรักนายอีกข้างหนึ่ง หรือจะนับถือนายฝ่ายหนึ่งและจะดูหมิ่นนายอีกฝ่ายหนึ่ง ท่านจะปฏิบัติพระเจ้าและจะปฏิบัติเงินทองพร้อมกันไม่ได้”
มัทธิว 6 : 24 (NIV)

“จงให้พระเจ้าก่อนในทุกหนทางของเจ้า และพระองค์จะทรงกระทำให้วิถีของเจ้าราบรื่น”
สุภาษิต 3:6 (LB)

2) ต้องอาศัยอะไร ____________________

“จงฝึกตนเองเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ในหนทางของพระเจ้า”
1 ทิโมธี 4:7 (NASB)

“ใช้เวลาและกำลังของท่านในการรักษาจิตวิญญาณให้เข้มแข็ง”
1 ทิโมธี 4:7b (LB)

“ขอให้เราละทิ้งทุกอย่างที่ถ่วงอยู่ โดยเฉพาะบาปที่ขัดขวางการเติบโตของเรา”
ฮีบรู 12:1b (NLT)

“มารธายุ่งในการปรนนิบัติมาก จึงมาทูลพระองค์ว่า พระองค์เจ้าข้า พระองค์ไม่สนพระทัยหรือ ซึ่งน้องของข้าพระองค์ปล่อยให้ข้าพระองค์ทำการปรนนิบัติแต่คนเดียว ขอพระองค์สั่งเขาให้มาช่วยข้าพระองค์ แต่องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสตอบนางว่า มารธา มารธาเอ๋ย เธอกระวนกระวายและร้อนใจด้วยหลายสิ่งนัก สิ่งซึ่งต้องการนั้นมีแต่สิ่งเดียวและมารีย์ได้เลือกเอาส่วนดีนั้น”
ลูกา 10:40-42 (NRSV)

“พระเจ้าเป็นผู้ทรงกระทำกิจอยู่ภายในท่าน ให้ท่านมีใจปรารถนาและสามารถประพฤติตามชอบพระทัยพระองค์”
ฟิลิปปี 2:13 (TEV)

3) ทำไมเราจำเป็นต้องทำ _____________________

“พระองค์ได้ทรงวายพระชนม์เพื่อคนทั้งปวง เพื่อคนเหล่านั้นที่มีชีวิตอยู่จะมิได้อยู่เพื่อประโยชน์แก่ตัวเองอีกต่อไป แต่จะอยู่เพื่อพระองค์ผู้ทรงสิ้นพระชนม์และทรงเป็นขึ้นมาเพราะเห็นแก่เขาทั้งหลาย”
2 โครินธ์ 5:15 (NIV)

“เราได้รับการไถ่จากบาป โดยพระโลหิตของพระบุตร พระเจ้าได้ทรงอภัยโทษบาปของเราโดยพระคุณอันเหลือล้นของพระองค์”
เอเฟซัส 1:7 (GW)

“พี่น้องทั้งหลาย ด้วยเหตุนี้โดยเห็นแก่ความเมตตากรุณาของพระเจ้า ข้าพเจ้าขอวิงวอนให้ท่านถวายตัวของท่านแด่พระองค์เพื่อเป็นเครื่องบูชาที่มีชีวิตอุทิศแด่พระเจ้าและทำให้พระองค์พอพระทัย”
โรม 12:1 (GW)

“เราขอวิงวอนท่านว่า อย่าใช้ชีวิตอันน่าอัศจรรย์ที่พระเจ้าทรงประทานให้อย่างสุรุ่ยสุร่าย”
2 โครินธ์ 6:1 (Msg)

“ข้าแต่พระเจ้า ข้าพระองค์ได้ยินกิตติศัพท์ของพระองค์ ข้าพระองค์อัศจรรย์ใจในพระราชกิจที่พระองค์ได้ทรงกระทำ ข้าแต่พระเจ้า ขอพระองค์ทรงกระทำกิจอันยิ่งใหญ่อีกครั้งท่ามกลางพวกเรา ขอทรงรื้อฟื้นพระราชกิจนั้นขึ้นใหม่ในยุคของพวกเรา”
ฮาบากุก 3:2 (NCV)

Day 1 : Do not waste your time

Daily Scripture : Ephesians 5:15-17, Romans 6:13, Deuteronomy 10:12, Matthew 6 : 24, Proverbs 3:6, 1Timothy 4:7, Hebrew 12:1b, Luke 10:40-42, Philippians 2:13, 2Corinthians 5:15, Ephesians 1:7, Romans 12:1, 2Corinthians 6:1, Habakkuk 3:2

Dec 2

ตอนที่ 1 : จิตใจที่บริสุทธิ์

1. พระพรของการได้ให้

กิจการ 20 ข้อ 33-35
กิจการ 20:33 ข้าพเจ้ามิได้โลภเงินหรือทองหรือเสื้อผ้าของผู้ใด
กิจการ 20:34 แล้วท่านทั้งหลายทราบว่า มือของข้าพเจ้าเองนี้ ได้จัดหาสิ่งที่จำเป็นสำหรับตัวข้าพเจ้ากับคนที่อยู่กับข้าพเจ้า
กิจการ 20:35 ข้าพเจ้าได้วางแบบอย่างไว้ให้ท่านทุกอย่างแล้ว ให้เห็นว่าโดยทำงานเช่นนี้ควรจะช่วยคนที่มีกำลังน้อย และให้ระลึกถึงพระวจนะของพระเยซูเจ้า ซึ่งพระองค์ตรัสว่า `การให้เป็นเหตุให้มีความสุขยิ่งกว่าการรับ’”

ก. เปาโลไม่ต้องการได้เงินทองหรือสมบัติของผู้ใด
ข. เปาโลขยันทำงานและเสียสละเพื่อช่วยเหลือผู้ที่อ่อนแอกว่า
ค. เปาโลเข้าใจดีกว่าการให้นำมาซึ่งความสุขมากกว่าการรับ


2. ดำรงชีวิตอยู่เพื่อความมั่งคั่งอันเป็นนิรันดร์

มัทธิว 6 ข้อ 19-21
มัทธิว 6:19 อย่าสะสมทรัพย์สมบัติไว้สำหรับตัวในโลก ที่ตัวมอดและสนิมอาจทำลายเสียได้ และที่ขโมยอาจขุดช่องลักเอาไปได้
มัทธิว 6:20 แต่จงสะสมทรัพย์สมบัติไว้สำหรับตัวในสวรรค์ ที่ตัวมอดและสนิมทำลายเสียไม่ได้ และที่ไม่มีขโมยขุดช่องลักเอาไปได้
มัทธิว 6:21 เพราะว่าทรัพย์สมบัติของท่านอยู่ที่ไหน ใจของท่านก็จะอยู่ที่นั่นด้วย

ฮีบรู 10 ข้อ 32-34
ฮีบรู 10:32 แต่ท่านทั้งหลายจงระลึกถึงคราวก่อนนั้น หลังจากที่ท่านได้รับความสว่างแล้ว ท่านได้อดทนต่อความยากลำบากอย่างใหญ่หลวง
ฮีบรู 10:33 บางทีท่านก็ถูกประจานให้อับอายขายหน้าและถูกข่มเหง บางทีท่านก็ร่วมทุกข์กับคนที่ถูกข่มเหงนั้น
ฮีบรู 10:34 เพราะว่าท่านทั้งหลายมีใจเมตตาต่อข้าพเจ้าในเมื่อข้าพเจ้าต้องถูกขังไว้ และเมื่อมีคนปล้นชิงเอาทรัพย์สิ่งของของท่านไป ท่านก็ยอมให้ด้วยใจยินดี เพราะท่านรู้แล้วว่า ท่านมีทรัพย์สมบัติที่ประเสริฐกว่าและถาวรกว่านั้นอีกในสวรรค์

ก. หากทรัพย์สมบัติของเราอยู่บนสวรรค์ ไม่ใช่ในแผ่นดินโลก จิตใจของเราก็จะอยู่ที่สวรรค์เช่นกัน
ข. ในฐานะที่เป็นสาวก คนในโลกอาจมองเราว่าโง่เขลาเพราะว่าจิตใจและสมบัติเงินทองของเราสั่งสมอยู่บนสวรรค์มิใช่ในโลกนี้

Read the rest of this entry »

Dec 2

1. อุปมาเรื่องผู้จัดการที่ชาญฉลาด

ลูกา 16 ข้อ 1-15
ลูกา 16:1 พระองค์ตรัสกับเหล่าสาวกของพระองค์อีกว่า “ยังมีเศรษฐีที่มีคนต้นเรือนคนหนึ่ง และมีคนมาฟ้องเศรษฐีว่า คนต้นเรือนนั้นผลาญสมบัติของท่านเสีย
ลูกา 16:2 เศรษฐีจึงเรียกคนต้นเรือนนั้นมาว่าแก่เขาว่า `เรื่องราวที่เราได้ยินเกี่ยวกับเจ้านั้นเป็นอย่างไร จงส่งบัญชีหน้าที่ต้นเรือนของเจ้า เพราะว่าเจ้าจะเป็นคนต้นเรือนต่อไปไม่ได้’
ลูกา 16:3 คนต้นเรือนนั้นคิดในใจว่า `เราจะทำอะไรดี เพราะนายจะถอดเราเสียจากหน้าที่ต้นเรือน จะขุดดินก็ไม่มีกำลัง จะขอทานก็อายเขา
ลูกา 16:4 เรารู้แล้วว่าจะทำอะไรดี เพื่อเมื่อเราถูกถอดจากหน้าที่ต้นเรือนแล้ว เขาจะรับเราไว้ในเรือนของเขาได้’
ลูกา 16:5 คนนั้นจึงเรียกลูกหนี้ของนายมาทุกคน แล้วถามคนแรกว่า `ท่านเป็นหนี้นายข้าพเจ้ากี่มากน้อย’
ลูกา 16:6 เขาตอบว่า `เป็นหนี้น้ำมันร้อยถัง’ คนต้นเรือนจึงบอกเขาว่า `เอาบัญชีของท่านนั่งลงเร็วๆแล้วแก้เป็นห้าสิบถัง’
ลูกา 16:7 แล้วเขาก็ถามอีกคนหนึ่งว่า `ท่านเป็นหนี้กี่มากน้อย’ เขาตอบว่า `เป็นหนี้ข้าวสาลีร้อยกระสอบ’ คนต้นเรือนจึงบอกเขาว่า `จงเอาบัญชีของท่านแก้เป็นแปดสิบ’
ลูกา 16:8 แล้วเศรษฐีก็ชมคนต้นเรือนอธรรมนั้น เพราะเขาได้กระทำโดยความฉลาด ด้วยว่าลูกทั้งหลายของโลกนี้ ตามกาลสมัยเดียวกัน เขาใช้สติปัญญาฉลาดกว่าลูกของความสว่างอีก
ลูกา 16:9 เราบอกท่านทั้งหลายว่า จงกระทำตัวให้มีมิตรสหายด้วยทรัพย์สมบัติอธรรม เพื่อเมื่อท่านพลาดไป เขาทั้งหลายจะได้ต้อนรับท่านไว้ในที่อาศัยอันถาวรเป็นนิตย์
ลูกา 16:10 คนที่สัตย์ซื่อในของเล็กน้อยที่สุดจะสัตย์ซื่อในของมากด้วย และคนที่อสัตย์ในของเล็กน้อยที่สุดจะอสัตย์ในของมากเช่นกัน
ลูกา 16:11 เหตุฉะนั้น ถ้าท่านทั้งหลายไม่สัตย์ซื่อในทรัพย์สมบัติอธรรม ใครจะมอบทรัพย์สมบัติอันแท้ให้แก่ท่านเล่า
ลูกา 16:12 และถ้าท่านทั้งหลายมิได้สัตย์ซื่อในของของคนอื่น ใครจะมอบทรัพย์อันแท้ให้เป็นของของท่านเล่า
ลูกา 16:13 ไม่มีผู้รับใช้ผู้ใดจะปรนนิบัตินายสองนายได้ เพราะว่าจะชังนายข้างหนึ่ง และจะรักนายอีกข้างหนึ่งหรือจะนับถือนายฝ่ายหนึ่ง และจะดูหมิ่นนายอีกฝ่ายหนึ่ง ท่านจะปรนนิบัติพระเจ้าและจะปรนนิบัติเงินทองพร้อมกันไม่ได้”
ลูกา 16:14 ฝ่ายพวกฟาริสีที่มีใจรักเงิน เมื่อได้ยินคำเหล่านั้นแล้วจึงเยาะเย้ยพระองค์
ลูกา 16:15 แต่พระองค์ตรัสแก่เขาว่า “เจ้าทั้งหลายเป็นผู้ที่ทำทีดูเป็นคนชอบธรรมต่อหน้ามนุษย์ แต่พระเจ้าทรงทราบจิตใจของเจ้าทั้งหลาย ด้วยว่าซึ่งเป็นที่นับถือมากท่ามกลางมนุษย์ ก็ยังเป็นที่สะอิดสะเอียนในสายพระเนตรของพระเจ้า

ก. พระเจ้าคาดหวังให้เราซื่อสัตย์และชาญฉลาดในเวลาเดียวกันในการใช้เงิน => ข้อ 8

ข. เงินสามารถใช้เป็นเครื่องมือในการสร้างมิตรภาพได้ (ช่วยคนได้รับความรอด) => ข้อ 9
ค. หากเราไม่สัตย์ซื่อในการจัดการเรื่องการเงิน พระเจ้าก็ไม่อาจวางใจเราให้มีความมั่งคั่งในฝ่ายจิตวิญญาณได้ (ความรอดของผู้คน) => ข้อ 10-11

Read the rest of this entry »